การอัพโหลดวิดีโอขึ้น YouTube



เชื่อว่าตอนนี้ผู้สอนหลาย ๆ ท่านคงเริ่มลงมือหัดทำวิดีโอประกอบการสอนไปบ้างแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำวิดีโอที่ทำไปเผยแพร่ เพื่อให้ผู้เรียนเข้ามาเรียนรู้ วิธีการในการเผยแพร่วิดีโอมีหลากหลาย และมีหลาย platforms ด้วยกัน แต่วิธีการที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ การอัพโหลดลงใน YouTube แล้วโพสต์ลิงก์สำหรับดูวิดีโอในระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์ (LMS) หรือกลุ่มต่าง ๆ หรือส่งลิงก์วิดีโอ ทางอีเมล์ สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เนื่องจากไฟล์วิดีโอส่วนใหญ่จะมีค่อนข้างใหญ่ การนำไปฝากไว้ที่ใดที่หนึ่ง จะทำให้การทำงานของระบบมีปัญหาได้ วันนี้จึงอยากแนะนำวิธีการอัพโหลดวิดีโอขึ้น YouTube ทั้งแบบง่าย ๆ และแบบ advanced สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ความสามารถของ YouTube ให้เต็มที่
1. สิ่งแรกที่ต้องมีคือ Google account (gmail หรือเมล์ของสถาบันการศึกษาที่ใช้ Google account) จากนั้นไปที่ เว็บไซต์ YouTube คลิกที่สัญลักษณ์ ด้านบนขวา แล้วคลิก Create a Channel เพื่อสร้างช่องหรือ Channel ใหม่สำหรับเก็บรวบรวมวิดีโอ จากนั้นกด Get Started เพื่อเริ่มสร้าง Channel






2. เราสามารถใช้ชื่อของเราและรูปประจำตัวของเราเป็นชื่อ channel และรูปประจำ channel หรือเราจะกรอกใหม่ให้แตกต่างจากชื่อเราก็ได้




3. กรอกชื่อ Channel ติ๊กยอมรับข้อตกลงในการใช้งาน แล้วกด Create เพื่อสร้าง Channel ใหม่




4. เราสามารถใส่รูปประจำ channel รวมถึงใส่รายละเอียดต่าง ๆ เช่นคำอธิบาย หรือลิงก์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตัวเรา เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้ว คลิก Save and continue หรือเราจะมาใส่ทีหลังก็ได้






5. เมื่อสร้าง Channel แล้ว เราจะเข้าไปสู่ Channel ของเรา ซึ่งจะยังว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่ เราจะเริ่มด้วยการอัพโหลดไฟล์วิดีโอที่เราบันทึกไว้ เข้าไป โดยสามารถคลิกที่ Upload Videos หรือคลิกที่ด้านบนตรง Create และ Upload Videos ได้ จากนั้นจึงเลือกไฟล์วิดีโอที่ต้องการอัพโหลด






6. ระบบจะเริ่มอัพโหลดและประมวลผลวิดีโอของเรา ในระหว่างนี้ เราสามารถใส่รายละเอียดของวิดีโอได้ เช่น ชื่อ (Title) คำอธิบาย บริเวณด้านขวามือ จะแสดง Video link ซึ่งเป็นลิงก์สำหรับการดูวิดีโอใน YouTube เราสามารถ copy ลิงก์นี้ เพื่อเผยแพร่ให้ผู้เรียนเข้ามาดูได้ เมื่อเลื่อนลงมาข้างล่าง เราสามารถเลือก Thumbnail โดยระบบจะดึงภาพบางส่วนมาจากวิดีโอ เพื่อให้เราเลือกใช้เป็นภาพ thumbnail สำหรับวิดีโอนี้ จากนั้นเลื่อนลงมาด้านล่าง จะให้เราระบุว่าวิดีโอนี้เป็นเนื้อหาสำหรับเด็กหรือไม่ ซึ่งหากเป็นวิดีโอสำหรับเด็กจะมีข้อบังคับในการเข้าดูมากขึ้น เมื่อตั้งค่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วให้คลิก Next








7. จากนั้นระบบจะให้เราเพิ่ม video elements เป็นลูกเล่นในวิดีโอ ในเบื้องต้นยังไม่ต้องใส่ก็ได้ คลิก Next เพื่อผ่านไป




8. ขั้นตอนนี้ระบบจะให้เราตั้งค่า Visibility โดยเราสามารถอัพโหลดและเผยแพร่ทันที หรืออัพโหลดแล้วเผยแพร่ทีหลัง และเราสามารถ ตั้งค่าให้เป็น Public เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามาดูได้ หรือตั้งเป็น Unlisted ซึ่งจะไม่แสดงบนหน้าค้นหาของ YouTube แต่คนที่มีลิงก์ สามารถเข้าดูได้ หรือตั้งเป็น Private คือให้เฉพาะบางคนสามารถดูได้เท่านั้น ในที่นี้ตั้งเป็น Public แล้วคลิก Publish เพื่อเผยแพร่วิดีโอ




9. เมื่อกลับสู่หน้า Channel จะเห็นว่ามีไฟล์วิดีโอที่เราอัพโหลดเรียบร้อย ซึ่งเมื่อคนทั่วไปคลิกที่ Channel ของเราก็จะเห็นวิดีโอของเรา อยู่ในหน้าสารบัญ หากต้องการแค่ความสามารถเบื้องต้นในการอัพโหลด ก็สามารถหยุดแค่นี้ และอัพโหลดวิดีโอใหม่ได้























10. อยากรู้ว่ามีอะไรต่อใช่มั้ย ไปต่อกันเลยครับ ทีนี้พอเราคลิกที่วิดีโอเพื่อดู ในฐานะที่เราเป็นผู้อัพโหลดวิดีโอนี้ เราสามารถแก้ไขไฟล์วิดีโอ ของเราได้ โดยบริเวณด้านล่างวิดีโอจะเห็นปุ่ม Edit Video ซึ่งระบบจะนำเราเข้าไปสู่หน้าต่างที่เรียกว่า YouTube Studio




11. ในหน้า YouTube Studio จะมีเมนูด้านซ้ายมือให้เราแก้ไขวิดีโอได้ ส่วนแรกคือ Details ให้เราแก้ไขชื่อวิดีโอ คำอธิบาย รูป thumbnail และรายละเอียดอื่น ๆ ได้




12. เมนู Editor ทำให้เราสามารถแก้ไขวิดีโอบน YouTube ได้ เช่น สามารถใส่ดนตรีประกอบ (เป็นดนตรีที่สามารถใช้ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์) ซึ่งโดยปกติ YouTube จะมีระบบตรวจจับการละเมิดลิขสิทธิ์ หากในไฟล์วิดีโอเรามีเพลงที่มีลิขสิทธิ์ YouTube อาจทำการลบวิดีโอเราได้




13. เราสามารถเลือกเพลง แล้ว Add to video จากนั้น สามารถกำหนดช่วงเวลาที่จะให้เล่นเพลงได้ เช่น เล่นเพลงเฉพาะตอนเริ่มคลิป และเราสามารถกำหนดว่าจะให้เพลงดังแค่ไหน หรือเป็นเพลงประกอบสำหรับ background






14. นอกจากนี้เราสามารถเพิ่ม Video elements แทรกเข้าไประหว่างวิดีโอ เพื่อให้ผู้ชมคลิก แล้วเปิดวิดีโอถัดไป หรือวิดีโอที่เราต้องการ สามารถทำได้โดยการคลิก + ตรง video elements แล้วเลือก Video จากนั้นเลือก Choose specific video เพื่อสร้างลิงก์เป็นช่อง ในวิดีโอให้ผู้ชมสามารถกดเปิดวิดีโอนั้น ๆ ได้






15. ในหน้า Editor จะมีฟังก์ชัน Trim เอาไว้ตัดวิดีโอ ซึ่งเราสามารถเลื่อนแถบเริ่มต้น และแถบจบ ให้อยู่ในช่วงที่เราต้องการได้




16. หากเราต้องการให้วิดีโอของเรามีความเป็น interactive มากขึ้น สามารถเพิ่มองค์ประกอบอื่นเข้าไปได้อีก โดยองค์ประกอบ ที่มักเพิ่มเข้าไปคือ card คลิกที่เมนู Details แล้วคลิกที่ Cards




17. ตรงหน้า card นี้ เราสามารถเลื่อนแถบวิดีโอไปยังช่วงเวลาที่เราต้องการให้องค์ประกอบนี้ปรากฎในวิดีโอ เช่น เมื่อสอนใกล้จบ อาจมีคำถาม ซึ่งใช้ลักษณะของการทำ Poll ได้ เมื่อเลื่อนแถบสีฟ้าไปช่วงเวลาที่ต้องการแล้ว คลิกที่ Add card แล้วเลือก Poll กด Create




18. สร้างคำถามหรือแบบสอบถาม พร้อมตัวเลือก เสร็จแล้วคลิก Create card




19. เมื่อผู้เรียนดูวิดีโอถึงช่วงเวลาที่เรากำหนดไว้ จะปรากฎคำถามขึ้นมาบริเวณด้านบนของวิดีโอ (ตรงนี้เวลาอัดวิดีโอ ถ้าเราวางแผนเอาไว้ เราอาจจะทำมือชี้บอกตำแหน่งว่าให้ตอบคำถามตรงนี้ ก็จะเป็นลูกเล่นที่ทำให้ผู้เรียนเกิดความตื่นเต้นได้) เมื่อผู้เรียนคลิกที่คำถาม ก็จะสามารถตอบคำถามได้






20. ในหน้า YouTube Studio เมนู Analytics จะเป็นการบอกข้อมูลในการชมวิดีโอของเรา รวมถึงผลจากการตอบ และในส่วนของ Comments จะแสดง comments จากผู้เรียน (ซึ่งเราอาจมอบหมายให้ผู้เรียนตอบคำถามใน comment ทำให้เกิดการโต้ตอบมากขึ้น)






"สอนด้วยอะไร ไม่สำคัญเท่า สอนอะไร และสอนยังไง"